ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ 1 ใน 4 ของพุทธจีน มรดกโลก UNESCO ยอดทองสูง 3,099 เมตร พระสมันตภัทรปิดทอง 48 เมตร ทะเลเมฆยามเช้า และลิงป่าจอมซน — นั่งรถไฟความเร็วสูงจากเฉิงตูราว 1.5 ชั่วโมง
ลองนึกภาพ: คุณตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง ต่อกระเช้าขึ้นไปบนยอดที่สูง 3,099 เมตร แล้วยืนหน้าวิหารทองกับพระโพธิสัตว์สมันตภัทรปิดทองสูงเท่าตึกสิบกว่าชั้น รอบตัวคือทะเลเมฆขาวที่ไหลคลุมหุบเขาเบื้องล่าง พอแสงแรกของวันสาดขึ้นมา เมฆทั้งผืนก็เปลี่ยนเป็นสีทองส้ม — นี่คือภาพที่คนจีนเดินทางข้ามประเทศมาดูกันมานานนับพันปี
นั่นคือ เขาเอ๋อเหมย (峨眉山 Mount Emei) — ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ทางพุทธศาสนา 1 ใน 4 ของจีน ในมณฑลเสฉวน ห่างจากเฉิงตูไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 150 กิโลเมตร ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลก UNESCO ทั้งในด้านวัฒนธรรมและธรรมชาติ (ร่วมกับพระใหญ่เล่อซานที่อยู่ข้างกัน) ที่นี่มีวัดพุทธเก่าแก่กระจายตามไหล่เขามากกว่าสามสิบแห่ง ป่าดิบที่อุดมสมบูรณ์ และยอดที่สูงพอจะมองทะลุก้อนเมฆ
สิ่งที่ทำให้เอ๋อเหมยต่างจากภูเขาท่องเที่ยวทั่วไปคือ มันเป็นทั้งสถานที่แสวงบุญและสวนธรรมชาติในที่เดียว — บนยอดมีวิหารทองและทะเลเมฆ ระหว่างทางมีวัดโบราณและน้ำตก ส่วนเชิงเขามีวัดเป้ากั๋วและบ่อน้ำพุร้อนให้แช่คลายเมื่อยหลังเดินทั้งวัน คนส่วนใหญ่จึงค้างคืน 1 คืนเพื่อเก็บให้ครบ และมักเที่ยวควบกับพระใหญ่เล่อซานที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม
ไล่จากยอดสูงสุดลงมาถึงเชิงเขา — แต่ละจุดมีเรื่องเล่าของตัวเอง
หัวใจของเขาเอ๋อเหมย ที่ตั้งของวิหารทองสำริดปิดทอง และพระโพธิสัตว์สมันตภัทร (普贤) สูง 48 เมตร หนักราว 600 ตัน สร้างปี 2006 ยืนบนช้างสี่เชือกหันสี่ทิศ เป็นรูปพระที่ใหญ่ที่สุดบนยอดเขาในจีน จุดนี้คือที่ชม "สี่สิ่งมหัศจรรย์" — พระอาทิตย์ขึ้น ทะเลเมฆ แสงพุทธ และแสงเทพยามค่ำ ขึ้นได้ทั้งกระเช้าหรือเดินขึ้นบันได
เพราะเอ๋อเหมยตั้งอยู่ขอบแอ่งเสฉวน อากาศชื้นอุ่นจากทางใต้ปะทะอากาศเย็นแถบยอดเขา จึงเกิดทะเลเมฆคลุมหุบเขาเบื้องล่างบ่อยครั้ง โดยเฉพาะหลังฝนหรือเช้าตรู่ คนนิยมขึ้นไปค้างใกล้ยอดเพื่อรอชมพระอาทิตย์ขึ้นเหนือทะเลเมฆ — แต่ต้องบอกตรงๆ ว่าเป็นเรื่องของโชคและอากาศ บางวันยอดถูกหมอกปกคลุมจนมองไม่เห็นอะไร เช็กพยากรณ์อากาศก่อนไปจะช่วยได้
หนึ่งในสิ่งที่คนจำเขาเอ๋อเหมยได้มากที่สุดคือฝูงลิงทิเบตป่าที่คุ้นคนและค่อนข้างดุ พวกมันฉกถุงพลาสติก อาหาร และของในมือเก่งมาก คำแนะนำคือ อย่าถือถุงพลาสติกหรืออาหารให้เห็น เก็บของมีค่าในกระเป๋าที่ปิดสนิท อย่าจ้องตา อย่าป้อนด้วยมือ และเดินผ่านอย่างสงบ — สนุกถ้าระวัง แต่กลายเป็นเรื่องวุ่นได้ถ้าประมาท
วัดใหญ่ที่สุดที่เชิงเขา และเป็นจุดเริ่มต้นของการขึ้นเอ๋อเหมย สร้างในสมัยราชวงศ์หมิง บรรยากาศร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ มีพิพิธภัณฑ์เอ๋อเหมยซานอยู่ใกล้ๆ เหมาะแวะไหว้พระและตั้งหลักก่อนนั่งรถบัสชมวิวขึ้นเขา รอบบริเวณมีร้านอาหารเสฉวนและที่พักให้เลือกหลายระดับ
หลังเดินขึ้น-ลงเขาทั้งวัน บ่อน้ำพุร้อนแถบเชิงเขา (เช่นย่าน Hongzhushan) คือรางวัลปิดท้ายที่ดี น้ำแร่อุ่นช่วยคลายกล้ามเนื้อขาที่ล้าจากบันได หลายแห่งเป็นรีสอร์ตที่มีทั้งที่พักและบ่อแช่ในที่เดียว ค่าเข้าและเวลาเปิดต่างกันไปตามแต่ละแห่ง เช็กก่อนไปจะชัวร์กว่า
จากจุด Baoguo ที่เชิงเขา คุณต้องนั่ง รถบัสชมวิวของอุทยาน ขึ้นไปก่อน (ระบบบังคับ ขับรถส่วนตัวขึ้นไม่ได้) รถจะพาขึ้นไปถึงจุด Leidongping ใกล้ยอด จากนั้นต่อ กระเช้าไฟฟ้า Jinding ขึ้นสู่ยอดทองในไม่กี่นาที — กระเช้าราว ¥65 ขาขึ้น / ¥55 ขาลง ช่วงฤดูท่องเที่ยว (นอกฤดูถูกลงเหลือ ~¥30/¥20)
สายลุยจะเดินขึ้นบันไดจาก Leidongping ก็ได้ ใช้เวลาราว 1–2 ชั่วโมงและเหนื่อยพอตัวเพราะอากาศบางบนที่สูง ส่วนใหญ่จึงเลือกกระเช้าขึ้นไว้ก่อนเพื่อทันชมวิวเช้า แล้วค่อยเดินลงตามจังหวะตัวเอง
ช่วงกลางเขา (แถบ Qingyin Pavilion ถึง Wannian) คือเขตที่เจอลิงทิเบตป่าได้บ่อย พวกมันไม่กลัวคนและรู้ว่านักท่องเที่ยวมักพกขนม กฎง่ายๆ ที่ควรจำ: อย่าถือถุงพลาสติกหรืออาหารให้เห็น เก็บโทรศัพท์-แว่น-กล้องให้แน่น อย่าจ้องตาลิง อย่ายื่นมือป้อน และอย่าหันหลังวิ่งหนี เดินผ่านอย่างใจเย็น
ถ้าเดินทางกับเด็กเล็ก ให้จับมือไว้ตลอดและอย่าให้ถือขนมเดิน หลายจุดมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลและไม้สำหรับกันลิง ถ้ากังวลมากเลือกขึ้นกระเช้าตรงสู่ยอดทองได้เลย โดยข้ามโซนลิงไป
เขาเอ๋อเหมยกับ พระใหญ่เล่อซาน อยู่ห่างกันแค่ราว 30 กิโลเมตร และได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกเป็นชุดเดียวกัน รถไฟความเร็วสูงสาย Chengdu–Leshan–Emeishan วิ่งผ่านทั้งสองที่ จึงจัดทริปควบได้ง่ายมาก สูตรยอดนิยมคือ วันแรกเล่อซานครึ่งวัน (ชมพระแกะสลักหน้าผาสูง 71 เมตร) แล้วต่อรถมาเอ๋อเหมยค้างคืน วันที่สองขึ้นยอดทองตอนเช้า ทันชมพระอาทิตย์ขึ้นกับทะเลเมฆ
ถ้าวันน้อยจริงๆ เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งจะสบายกว่า เพราะเอ๋อเหมยเดินเยอะและอยู่บนที่สูง ส่วนเล่อซานเที่ยวได้เร็วกว่า เหมาะกับคนที่อยากไปเช้า-กลับเย็นในวันเดียว
วิธีที่ง่ายและเร็วที่สุดคือรถไฟความเร็วสูง ที่พาคุณจากใจกลางเฉิงตูถึงเชิงเขาในเวลาราวชั่วโมงเศษ
ค้างใกล้ยอด/กลางเขาเพื่อทันวิวเช้า หรือใช้เฉิงตูเป็นฐานแล้วไปเช้า-กลับเย็น