มาเบปปูทั้งที ไม่ใช่แค่แช่น้ำพุร้อน — ไก่ทอดบางกรอบที่โออิตะอ้างเป็นเจ้าของ ซาลาเปาพิรินถนึ่งด้วยไอพุพุ่งจากพื้นดิน มิโซะซุปเส้นแป้งแบนกว้างที่อุ่นถึงใจ และราเม็งเย็นชามหนึ่งที่คนท้องถิ่นกินหลังแช่น้ำอุ่น
เบปปูเป็นเมืองน้ำพุร้อนที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น — ปริมาณน้ำพุร้อนที่ไหลขึ้นมาจากใต้ดินต่อวันมากเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากเมือง Yellowstone เท่านั้น ไอน้ำที่พุ่งขึ้นมาทุกหนแห่งในเมืองไม่ได้มีไว้แค่แช่ตัว — ที่ย่านคันนาวะ (鉄輪) ไอน้ำร้อน 100°C ถูกนำมาใช้นึ่งอาหารมานานกว่า 400 ปี เรียกว่า Jigoku-mushi (地獄蒸し) หรือ "การนึ่งด้วยนรก"
ในเวลาเดียวกัน จังหวัดโออิตะที่เบปปูตั้งอยู่มีเมนูประจำถิ่นอีกหลายชาม — Toriten ไก่ทอดบางกรอบแบบเทมปุระที่รสชาติต่างจากสิ่งที่คุณกินทั่วญี่ปุ่น Dango-jiru มิโซะซุปใส่เส้นแป้งแบนกว้างหนึบ และ Beppu Reimen ราเม็งเย็นที่ได้รับอิทธิพลมาจากกิมจิกีโอเกาหลีหลังสงคราม เราเลือก 6 เมนูและประสบการณ์ ที่บอกเล่าเบปปูได้ดีที่สุด
เรียงตามความเป็นเอกลักษณ์ — จานที่หาที่ไหนก็ไม่เหมือนจานที่นี่
1
ถ้าจะอธิบาย Toriten ให้เห็นภาพ — ลองนึกถึงไก่ทอดที่ชุบแป้งบางเฉียบกว่าคาราอาเกะ เนื้อไก่หมักซีอิ๊ว ขิง และกระเทียมก่อน จากนั้นชุบแป้งเทมปุระบางๆ แล้วทอดด่วนจนแป้งพองกรอบ ข้างในฉ่ำและนุ่ม กินกับน้ำจิ้มพอนสึ (ส้มยุซุผสมซีอิ๊ว) และมัสตาร์ดคาราชิรสจัด นี่คือจานที่โออิตะภูมิใจที่สุด บอกตรงๆ ว่ากินแล้วต้องงงว่าทำไมถึงไม่รู้จักมานานแล้ว
2
ที่ย่านคันนาวะ ไอน้ำร้อนพุ่งขึ้นมาจากรอยแยกในพื้นดินตลอด 24 ชั่วโมง คนท้องถิ่นวางตะกร้าไม้ไผ่บรรจุอาหารลงบนปากน้ำพุ ปิดฝา แล้วรอ 5–15 นาที — ไก่ หอยนางรม กุ้ง ข้าวโพด ไข่ และพุดดิ้ง (คาสตาร์ดพุรินสีเหลืองเข้ม) สุกด้วยไอน้ำร้อน 100°C โดยไม่ต้องใช้น้ำมันหรือเครื่องปรุงใดๆ รสชาติบริสุทธิ์ของวัตถุดิบสดออกมาเต็มๆ — นี่คือวิธีปรุงอาหารที่ไม่มีที่ไหนในโลกทำได้เหมือน เบปปู
3
นี่คือประสบการณ์ที่ไม่มีในเมืองอื่น — คุณเลือกวัตถุดิบสดจากร้านด้านข้าง (กุ้ง หอย ไก่ ผัก มันหวาน เต้าหู้) ชำระเงินค่าใช้บริการนึ่ง จากนั้นพนักงานจะสาธิตการวางตะกร้าลงบนปากน้ำพุร้อนจริงๆ รอประมาณ 10–15 นาที แล้วเอาขึ้นมากิน ไม่ต้องแตะเตาไฟ ไม่ต้องเพิ่มน้ำมัน — วัตถุดิบสดสุกด้วยไอน้ำพุร้อนล้วน ร้านนี้มีป้ายเกาหลีด้วยเพราะนักท่องเที่ยวเกาหลีนิยมมากเป็นพิเศษ
4
เพื่อนที่เคยอาศัยในโออิตะบอกว่า Dango-jiru คือ "โอ้โจ๊กของญี่ปุ่น" — ซุปมิโซะรสเข้มข้นใส่เส้นแป้งสาลีแบนกว้างคล้ายปาปปาร์เดลเลอิตาลีแต่หนักกว่า เหนียวกว่า นึ่งแล้วตุ๋นกับผักตามฤดูกาล ได้แก่ หัวไชเท้า มันเทศ เห็ด ใบหอม และบางร้านใส่ไก่หรือหมู ชามหนึ่งอุ่นถึงกระดูก เหมาะมากสำหรับกินหลังแช่น้ำพุร้อนในวันอากาศเย็น ราคาถูก หาซื้อได้ง่ายในร้านชาบูชาบูและร้านอาหารท้องถิ่นทั่วเบปปู
5
ก่อนถึงมื้อใหญ่ ลองเดินเก็บของว่างที่แผงนึ่งริมถนนในคันนาวะ — ไข่ต้มน้ำพุร้อน (Onsen tamago) สุกที่อุณหภูมิ 68–70°C นานกว่าปกติ ผลลัพธ์คือไข่ขาวยังนุ่มแบบวุ้นพลิ้ว ไข่แดงสุกแต่ยังเป็นครีมส้ม รสชาติสะอาดอ่อนหวาน ข้าวโพดนึ่งไอน้ำพุร้อน เนื้อหวานนุ่มกว่าข้าวโพดต้มน้ำธรรมดา เพราะไอน้ำซึมเข้าเนื้อแต่ไม่ล้างรสออก ยิ่งสดยิ่งดี แต่ละอย่างราคา ¥150–400 ซื้อได้จากแผงหน้าย่านคันนาวะทั้งหมด
6
Beppu Reimen ราเม็งเย็นที่เกิดจากอิทธิพลเกาหลีหลังสงครามโลก — เส้นทำจากแป้งบัควีทผสมมันฝรั่ง มีความเหนียวนุ่มไม่เหมือนราเม็งปกติ เสิร์ฟในน้ำซุปเย็นเข้มข้น ท็อปด้วยเนื้อวัว กิมจิ ไข่ครึ่งฟอง และงา รสชาติซับซ้อนระหว่างเปรี้ยว เผ็ดน้อยๆ และอูมามิ — กินหลังแช่น้ำพุร้อนแล้วเมื่อร่างกายยังอุ่นอยู่ จะรู้สึกสดชื่นมาก ส่วนอาหารทะเลบุงโกะ จากช่องแคบบุงโกะ (豊後水道) ได้แก่ ปลากะพงขาว ปู และหอยเชลล์สดที่ตลาดปลาและร้านอิซากายะท้องถิ่น
กินให้ครบทุกเมนูในวันเดียว — เส้นทางที่ไม่ต้องเดินไกลมาก
พักใกล้แหล่งกินดื่ม — จากออนเซ็นบูติกถึงระดับห้าดาวริมทะเล
โรงแรมที่สูงที่สุดในเมือง — ห้องอาหารในโรงแรมมีเมนูอาหารทะเลบุงโกะสดทุกวัน ออนเซ็นบนชั้นสูงมองเห็นอ่าวเบปปู สะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการฐานกลางเมืองใกล้สถานีรถไฟและย่านคิตาฮามะ
โรงแรมดั้งเดิมบนเนินเขาเหนืออ่าวเบปปู — ออนเซ็นขนาดใหญ่ที่สุดในเมือง ร้านอาหารบุฟเฟต์ที่มีอาหารท้องถิ่นรวมทั้ง Toriten และ Dango-jiru ทุกวัน เหมาะสำหรับครอบครัวและผู้ต้องการประสบการณ์ออนเซ็นเต็มรูปแบบ
ถ้าต้องการพักใกล้ประสบการณ์ Jigoku-mushi และแผงของว่างริมถนน Kannawaen คือตัวเลือกที่ดีที่สุด — โรงแรมเล็กบรรยากาศดีในย่านคันนาวะ เดินถึง Jigoku Mushi Kobo ได้ภายใน 5 นาที ออนเซ็นส่วนตัวในห้อง