มานิกโก้ทั้งที ไม่ใช่แค่ไหว้ศาลเจ้าโทโชกุ — ยูบะฟองเต้าหู้ที่เคยเป็นเครื่องบูชาเทพเจ้า โซบะเส้นหอมจากน้ำภูเขา เนื้อวากิวโทจิกิที่ละลายบนลิ้น และยูบะมันจูทอดร้อนๆ ที่ขายอยู่ในตรอกหน้าศาลเจ้า
บอกเลยว่าน้อยคนจะรู้ว่านิกโก้คือเมืองแห่งของกินดีๆ — คนส่วนใหญ่มาเพื่อกราบศาลเจ้าโทโชกุ (Toshogu) ที่ฝังร่างของโชกุนโทกุงาวะ อิเอยาสุ แล้วก็กลับ แต่ความจริงคืออาหารของเมืองนี้ผูกพันกับศาลเจ้าและวัดอย่างลึกซึ้ง พระและนักบวชที่ขึ้นมาบำเพ็ญบนเขาฉันเนื้อสัตว์ไม่ได้ พวกเขาเลยพึ่งโปรตีนจากถั่วเหลือง — และนั่นคือจุดกำเนิดของ ยูบะ (湯波) ฟองเต้าหู้ที่กลายมาเป็นของขึ้นชื่อประจำเมืองจนทุกวันนี้
น้ำที่ไหลลงมาจากเทือกเขานิกโก้ใสและเย็น เหมาะกับการทำ โซบะ มาก จนเมืองเล็กๆ นี้มีร้านโซบะมากกว่า 100 ร้าน บวกกับเนื้อ วากิวโทจิกิ ที่เลี้ยงในจังหวัดเดียวกัน และของหวานอย่าง ยูบะมันจู กับ โยกัง ที่ขายเป็นของฝากแก่ผู้แสวงบุญมาตั้งแต่สองร้อยปีก่อน เราเลือก 6 เมนูและประสบการณ์ ที่บอกเล่าเมืองศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ได้ตรงที่สุด
เรียงตามความเป็นเอกลักษณ์ — จานที่หาที่ไหนก็ไม่เหมือนจานที่นี่
1
นี่คือจานที่นิกโก้ถูกจดจำ ยูบะคือฟองบางๆ ที่ลอยขึ้นมาบนผิวน้ำเต้าหู้ตอนต้ม ช้อนขึ้นมาแล้วได้แผ่นนุ่มเนียนสีครีม คนนิกโก้พับฟองเป็นสองชั้น (เกียวโตทำชั้นเดียว) จึงได้เนื้อหนึบและรสน้ำถั่วเหลืองเข้มกว่า กินได้หลายแบบ — ซาชิมิยูบะ สดๆ จิ้มวาซาบินิดเดียวกับซีอิ๊วบางๆ, อะเงมากิยูบะ ที่ม้วนแล้วทอดก่อนนำไปตุ๋นในน้ำดาชิ ฉีกกินทีละคำแล้วน้ำซุปจะไหลออกมา รสบางเบาแต่ลึกกว่าที่คิด
ถ้าอยากเข้าใจยูบะให้ครบในมื้อเดียว สั่งยูบะโกะเซ็นเลย — เซตอาหารที่จัดยูบะมาให้ชิมหลายวิธีในถาดเดียว ตั้งแต่ซาชิมิยูบะสด ยูบะตุ๋นในน้ำดาชิ ยูบะทอดกรอบ ไปจนยูบะม้วนกับผัก เสิร์ฟพร้อมข้าว มิโซะซุป และของเคียงเล็กๆ น้อยๆ ลองนึกภาพไคเซกิฉบับย่อที่มีถั่วเหลืองเป็นพระเอก เซตแบบนี้เหมาะมากสำหรับคนที่มาครั้งแรกและยังไม่รู้ว่าชอบยูบะแบบไหน เพราะได้ชิมทุกแบบในคราวเดียว
3
น้ำภูเขาเย็นใสของนิกโก้ทำให้โซบะที่นี่หอมและเส้นแน่นเป็นพิเศษ ร้านดั้งเดิมหลายแห่งยึดหลัก "ซันตาเตะ" (三たて) คือโม่สด นวดสด ต้มสด ในวันเดียวกัน เส้นเลยมีกลิ่นบัควีทชัดและหนึบกำลังดี กินได้ทั้งแบบร้อน (คาเกะโซบะ) และเย็น (ซารุโซบะ จิ้มน้ำซอส) หลายร้านในนิกโก้ใส่ ผักป่าภูเขา (ซันไซ), เต้าหู้ทอด และยูบะลงไปด้วย — กลายเป็นชามที่รวมของดีของเมืองไว้ในที่เดียว นี่คือมื้อกลางวันคลาสสิกหลังเดินชมศาลเจ้า
จังหวัดโทจิกิที่นิกโก้ตั้งอยู่เลี้ยงวากิวคุณภาพสูงที่เรียกว่า Tochigi Wagyu — เนื้อลายหินอ่อนสวย ไขมันแทรกละเอียดจนละลายในปากตั้งแต่คำแรก ร้านดังอย่าง Guruman's Wagyu เสิร์ฟสเต็กวากิวบนจานเหล็กร้อนฉ่าๆ ให้คุณได้ยินเสียงเนื้อย่างและกลิ่นหอมลอยมาก่อนถึงปาก เนื้อนุ่มจนแทบไม่ต้องเคี้ยว บอกตรงๆ ว่าเป็นมื้อที่ต้องเผื่องบหน่อย แต่ถ้าอยากกินวากิวดีๆ ในบรรยากาศเมืองภูเขาเงียบๆ นี่คือโอกาส
5
เดินอยู่หน้าศาลเจ้าแล้วได้กลิ่นของทอดร้อนๆ ลอยมา — นั่นคือ ยูบะมันจู ของร้าน Sakaeya ซาลาเปาไส้ถั่วแดงที่นวดยูบะเข้าไปในแป้งแล้วทอด กรอบนอกนุ่มใน ไส้ถั่วแดงหวานกำลังดี กินร้อนๆ ระหว่างเดินอร่อยที่สุด ส่วน โยกัง (วุ้นถั่วแดงกวน) เป็นของฝากนิกโก้มาตั้งแต่สมัยที่คนเดินทางมาแสวงบุญ เพราะเก็บได้นาน ร้าน Mitsuyama เปิดมาตั้งแต่ปี 1895 ใช้น้ำพุนิกโก้ทำล้วน ส่วนร้าน Watahan มี โยกังเค็ม (ชิโอะโยกัง) ที่หวานตัดเค็มอร่อยจนติดใจ
ร้านโซบะและยูบะโกะเซ็นส่วนใหญ่ปิดช่วงบ่าย พอตกค่ำคนท้องถิ่นจึงไปจบวันที่ราเม็งหรืออิซากายะแทน ยูบะราเม็ง คือราเม็งน้ำใสที่วางแผ่นยูบะนุ่มๆ ลอยอยู่บนหน้า ดูดซับน้ำซุปจนนุ่มลิ้น เป็นชามอุ่นๆ ที่เบาท้องหลังเดินทั้งวัน ส่วนอิซากายะอย่าง Hippari-dako ใกล้ศาลเจ้าเสิร์ฟยากิโทริ ราเม็ง และกับแกล้มราคาน่ารัก เหมาะกับการนั่งเป็นกลุ่ม สั่งหลายอย่างแบ่งกัน — บรรยากาศแบบที่คุณจะได้คุยกับคนท้องถิ่นและเจ้าของร้านไปด้วย
กินให้ครบของดีในวันเดียว — จัดให้พอดีกับจังหวะเดินชมศาลเจ้า
ร้านที่คนนิกโก้และนักเดินทางบอกต่อกันมานาน — ใส่ในแผนก่อนไป
ถ้าจะเลือกร้านเดียวสำหรับชิมยูบะแบบครบเครื่อง — Tsuruya คือชื่อที่ถูกพูดถึงมากที่สุด ตั้งแต่จานคลาสสิกอย่างยูบะทอดและยูบะในน้ำซุป ไปจนเมนูแปลกอย่างยูบะแกงกะหรี่และยูบะคัสตาร์ด ทำให้คุณเห็นว่ายูบะไปได้ไกลกว่าที่คิด เหมาะกับมื้อกลางวันหลังเดินชมศาลเจ้า
ร้านโซบะที่นักกินยกให้เป็นต้นแบบของหลัก "ซันตาเตะ" — โซบะถูกโม่จากเมล็ดสด นวดสด และต้มสดในวันเดียวกัน ซึ่งถือว่าเป็นสภาพที่โซบะอร่อยที่สุด เส้นจึงหอมกลิ่นบัควีทชัดและหนึบเด้ง ร้านอยู่ห่างจากตัวเมืองนิดหน่อยแต่คนยอมเดินทางไปเพราะคุณภาพ
ร้านเล็กๆ ใกล้ทางเข้าศาลเจ้าที่ทอดยูบะมันจูสดทีละชิ้น — แป้งที่นวดยูบะเข้าไป ห่อไส้ถั่วแดงกวน แล้วทอดจนกรอบนอกนุ่มใน ของฝากที่ถูกจัดอันดับเป็นอันดับหนึ่งของนิกโก้บ่อยครั้ง กินร้อนๆ หน้าร้านคือวิธีที่ดีที่สุด อย่ารอให้เย็น
ร้านวากิวที่คนยอมเดินทางออกนอกตัวเมืองไปเพื่อชิมเนื้อโทจิกิแท้ๆ — สเต็กเสิร์ฟบนจานเหล็กร้อน เสียงฉ่าและกลิ่นหอมมาก่อนถึงปาก เนื้อลายหินอ่อนละลายในปาก เซตเริ่ม ¥5,000 ไปถึง ¥25,000 สำหรับเซตพรีเมียม จองล่วงหน้าแนะนำ และเตรียมเงินสดไปเพราะรับบัตรเฉพาะบิลใหญ่
ร้านโยกังเก่าแก่ที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1895 ใช้ถั่วแดงในประเทศ วุ้นคันเทน และน้ำพุนิกโก้ล้วนๆ ในการกวนโยกัง เนื้อแน่นเนียนหวานนุ่ม เป็นของฝากที่เก็บได้นานและสะท้อนวัฒนธรรมผู้แสวงบุญของเมือง อยากได้โยกังเค็มหวานตัดกันให้แวะร้าน Watahan ที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1787 ด้วย