เมืองที่โปรตุเกสทิ้งเค้กฟองน้ำไว้เมื่อ 400 ปีก่อน จีนทิ้งน้ำซุปขาวชามอิ่มไว้ในปี 1899 และนักเดินทางทุกคนทิ้งใจไว้กับซาลาเปาหมูพะโล้ข้างถนนไชน่าทาวน์
ลองนึกภาพเมืองท่าที่เปิดรับคนภายนอกเพียงแห่งเดียวในญี่ปุ่นนานกว่า 200 ปี — ขณะที่ส่วนที่เหลือของประเทศปิดประตูรับโลก นางาซากิรับทั้งนักค้า ชาวจีน พระคริสต์ศาสนา นักเดินเรือดัตช์ และรสชาติจากทุกมุมโลก ผลลัพธ์คืออาหารที่ไม่มีเมืองญี่ปุ่นอื่นทำซ้ำได้
ชาบปง — น้ำซุปขาวข้นที่เกิดในร้านจีนสำหรับนักศึกษาจีนยากจน กลายมาเป็นจานประจำตัวเมือง คาสเทลล่า ขนมฟองน้ำที่พ่อค้าโปรตุเกสนำมาปลายศตวรรษที่ 16 ยังคงอบในเตาแบบเดิมมากว่า 4 ศตวรรษ ชิปโปกุ ์โยริ อาหารชุดที่ผสมญี่ปุ่น-จีน-ดัตช์บนโต๊ะกลมแดงลักษณ์นำ — ไม่มีที่ไหนทำได้เหมือนกัน เราเลือก 6 จานและประสบการณ์ ที่บอกเล่านางาซากิได้ดีที่สุด
เรียงตามความเป็นเอกลักษณ์ — จานที่หาที่ไหนก็ไม่เหมือนจานที่นี่
1
ปี 1899 ที่ร้านอาหารจีน Shikairou ริมอ่าวนางาซากิ เจ้าของร้านชื่อ Chen Pingshun คิดสูตรชามอาหารราคาถูกและอิ่มสำหรับนักศึกษาจีนยากจน — เส้นชาบปงหนาพิเศษต้มในน้ำซุปขาวข้นที่เคี่ยวจากกระดูกหมูและไก่ ใส่หมูบด กุ้ง หอย ปลาหมึก และผักสดเกือบ 10 อย่าง ทั้งหมดในชามเดียว น้ำซุปขาวออกครีมไม่เค็มจัด รสชาติกลมกล่อมจากกระดูก ไม่เปรี้ยว ไม่เผ็ด กินแล้วอุ่นท้องจริงๆ ร้าน Shikairou ยังเปิดอยู่จนทุกวันนี้และมีพิพิธภัณฑ์ชาบปงชั้น 2
2
บอกเลยว่านี่คือของกินที่ถ้าเดินผ่านแล้วไม่แวะซื้อจะเสียใจ — ซาลาเปาขาวนุ่มนึ่งร้อนๆ หุ้มหมูสามชั้นที่ตุ๋นนานหลายชั่วโมงในซีอิ๊ว สาเก มิริน และน้ำตาล จนเนื้อนุ่มจนแทบละลาย ไขมันเป็นวุ้นใสๆ กัดหนึ่งคำแล้วน้ำซุปไหลออกมา แป้งขาวนุ่มฟูดูดซับรสหวานมัน คาคุนิมันจูเป็นอาหารที่แสดงให้เห็นชัดว่านางาซากิดูดซับอิทธิพลอาหารจีนมาปรับให้เป็นของตัวเองได้อย่างไร
3
ถ้าชาบปงคือพี่ใหญ่ที่ทุกคนรู้จัก ซาร่าอุด้งคือน้องที่น่าสนใจไม่แพ้กัน — เส้นบางทอดกรอบทอง (หรือเส้นหนาผัดนุ่ม ขึ้นอยู่กับสไตล์ร้าน) วางบนจานเซรามิก ราดด้วยผัดอาหารทะเล หมู กะหล่ำ ถั่วงอก และผักอื่นๆ ในซอสข้นหนืดรสอูมามิ แบบเส้นบางกรอบเป็นที่นิยมที่สุด — เสียงกรอบเมื่อตะเกียบตักเส้นแรกบอกว่าร้านทอดใหม่ๆ สำหรับคุณ รสหวานนิดๆ จากซอส เปรี้ยวเล็กน้อยจากน้ำส้มสายชู และความกรอบของเส้นที่ค่อยๆ ซึมซับซอสในขณะกิน
4
ปลายศตวรรษที่ 16 นักเดินเรือโปรตุเกสนำขนม "Pão de Castela" (ขนมปังแห่ง Castile สเปน) มาที่นางาซากิ ญี่ปุ่นไม่ได้แค่รับสูตรมา แต่ปรับให้เป็นของตัวเองจนเหนือต้นตำรับ — ไข่จำนวนมาก น้ำตาลทรายขาว แป้งสาลี น้ำผึ้งหรือน้ำเชื่อม starch syrup และไม่มีเนย ผลลัพธ์คือเค้กฟองน้ำสีเหลืองทองเนื้อแน่นหนาชุ่มชื้น ก้นเค้กมีน้ำตาลทรายหยาบเม็ดใหญ่ซึ่งเป็นลายเซ็นของสูตรดั้งเดิม Fukusaya ก่อตั้งปี 1624 ยังคงอบด้วยสูตรและเตาแบบเดิม กลิ่นคาสเทลล่าลอยออกมาจากร้านให้ชวนหยุดก้าวเสมอ
ชิปโปกุ ์โยริแปลตรงๆ ว่า "อาหารที่โต๊ะ" — แต่รูปแบบนั้นพิเศษกว่าชื่อมาก จาน 15–20 อย่างเสิร์ฟบนโต๊ะกลมสีแดงแลคเกอร์สไตล์จีน เริ่มจากซุปใส "โอฮิเระ" ทำจากหัวปลาไทและเห็ดสไตล์ญี่ปุ่น ตามด้วยหมูตุ๋น สาหร่าย เต้าหู้ ซาชิมิ เทมปุระสไตล์นางาซากิ และเมนูที่ได้อิทธิพลจากอาหารดัตช์ อย่าง "บาสตี" พายกรอบสไตล์ยุโรป — ไม่มีหัวโต๊ะหรือท้ายโต๊ะ ทุกคนนั่งเท่ากัน แบ่งกันกินจากจานกลาง สะท้อนปรัชญาการต้อนรับแบบนางาซากิที่เปิดรับทุกทิศทาง ประสบการณ์นี้แพงแต่คุ้มค่ามากสำหรับทริปพิเศษ
6
นางาซากิล้อมรอบด้วยทะเลทั้งสองด้าน อาหารทะเลสดที่ร้านอิซากายะย่านฮามาโนมาชิจึงเป็นสิ่งที่ควรลองทุกคืน — ปลาอะจิ (ปลาโอ) ปูซอฟต์เชลล์สไตล์นางาซากิ หอยสังข์และปลาหมึกสดที่จะไม่เหมือนของแช่แข็งเลยสักนิด ส่วน ไชน่าทาวน์นางาซากิ (ไชน่าทาวน์ที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น) ยังเต็มไปด้วยของว่างข้างถนนที่ไม่มีในไชน่าทาวน์เมืองอื่น ลองชิมเกี๊ยวซ่าทอดแผ่นเดียวขนาดใหญ่ กุ้งในแป้งทอดกรอบ และขนมหวานแบบจีน-ญี่ปุ่น
นางาซากิเมืองเล็ก เดินได้เกือบทุกที่ — แต่รู้ว่าแต่ละย่านเก่งเรื่องอะไรก่อนออกเดิน
ไชน่าทาวน์ที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น — ถนนสายสั้นสองเส้นแต่แน่นร้านอาหาร ร้านขนม และแผงขายของว่าง คาคุนิมันจู Iwasaki Honpo อยู่ที่นี่ ร้านชาบปงต้นตำรับหลายร้านก็อยู่ในรัศมีเดิน 5 นาที เหมาะสำหรับเดินกินทั้งเช้าจนกลางวัน
ย่านช้อปปิ้งกลางเมืองที่มีร้านอาหารทะเลสด อิซากายะ และร้านขนมแน่น ร้าน Yosso ร้านอาหารเก่าแก่ที่ขึ้นชื่อเรื่องซาร่าอุด้งและอาหารญี่ปุ่นคลาสสิกอยู่ในย่านนี้ ดีที่สุดสำหรับมื้อค่ำและช้อปปิ้งของฝาก
ย่านบ้านตะวันตกโบราณบนเนินเขา — ร้าน Shikairou อยู่ที่นี่ เดินจาก Glover Garden ประมาณ 5–10 นาที วิวอ่าวนางาซากิจาก Shikairou ชั้น 4-5 คือหนึ่งในวิวมื้อกลางวันที่ดีที่สุดในเมือง ขายคาสเทลล่าและของฝากหลายร้านตลอดเส้นทางขึ้นเขา
ย่านเก่าที่เคยเป็นแหล่งบันเทิงยุคเอโดะ ร้าน Kagetsu ร้านชิปโปกุ ์ที่เก่าแก่ที่สุดในนางาซากิตั้งอยู่ที่นี่ มีบรรยากาศโรงแรมญี่ปุ่นโบราณที่ทำให้รู้สึกว่ากลับไปนั่งโต๊ะกลมแดงเหมือนพ่อค้าในยุค Dejima
กินให้ครบทุกเมนูในวันเดียว — เส้นทางที่ไม่ต้องเดินไกลมาก
ร้านที่คนนางาซากิแนะนำมาหลายร้อยปี — ใส่ในแผนก่อนไป
ร้านนี้ไม่ใช่แค่ร้านอาหาร แต่คือพิพิธภัณฑ์มีชีวิต — ชั้น 2 มี Champon Museum ฟรี แสดงประวัติชาบปงและนางาซากิ ชั้น 4-5 คือห้องอาหารวิวอ่าวที่คำชวนมาบอกต่อกันมาหนึ่งศตวรรษ สั่งชาบปงหรือซาร่าอุด้งก็ได้ ทั้งสองมีในเมนูพร้อมภาษาอังกฤษ แนะนำมาช่วงกลางวันในวันอากาศแจ่มใส
ถ้าถามว่าจะซื้อคาคุนิมันจูที่ไหน คำตอบของคนนางาซากิมักจะเป็น Iwasaki Honpo — หมูพะโล้ตุ๋นนานหลายชั่วโมงในซาลาเปาขาวฟูนึ่งร้อนๆ ขายทั้งแบบกินสดและกล่องของฝาก มีหลายสาขาในเมือง รวมถึงใน Glover Garden และสนามบิน แต่ที่สดกว่าคือสาขาในเมือง
ถ้าจะลองคาสเทลล่าแค่แบรนด์เดียว — Fukusaya คือคำตอบ สูตรไม่เปลี่ยนมา 400 ปี ก้นเค้กมีน้ำตาลทรายหยาบเม็ดใหญ่ที่เป็นลายเซ็น (ร้านอื่นทำไม่ได้เหมือน) เนื้อเค้กชุ่มชื้นและหวานน้อยกว่าแบรนด์สมัยใหม่ ซื้อเป็นของฝากกลับบ้านได้ — เก็บได้ 5 วันที่อุณหภูมิห้อง