ทะเลสาบใจกลางเมืองที่กลางวันมีแต่ต้นหลิวกับเสียงนก พอพลบค่ำฝั่งบาร์ก็จุดไฟสะท้อนผิวน้ำ — ล้อมรอบด้วยตรอกหูท่งอิฐเทาเก่าแก่และบ้านสี่เหอย่วน เดินฟรี ปั่นจักรยานได้ทั้งย่าน
ลองนึกภาพ: คุณเดินออกจากตรอกอิฐเทาแคบๆ ที่มืดสลัว แล้วทะเลสาบก็เปิดออกตรงหน้าทันที ตอนนั้นราวหกโมงเย็น ฟ้ายังมีสีคราม ต้นหลิวห้อยลงแตะผิวน้ำ คนปักกิ่งวัยเกษียณกำลังเดินกลับบ้านพร้อมกรงนก ส่วนฝั่งตรงข้ามของทะเลสาบไฟร้านบาร์เริ่มทยอยติดทีละดวง สะท้อนเป็นเส้นสีแดง เขียว เหลือง ยาวลงไปบนผิวน้ำนิ่งๆ ไกลออกไปเป็นเงาหอกลองสีเข้มตัดกับฟ้า
นั่นคือ โฮ่วไห่ (后海) — ทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มทะเลสาบสามแห่งที่เชื่อมกันชื่อ สือชาไห่ (什刹海) ได้แก่ เฉียนไห่ โฮ่วไห่ และซีไห่ อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของพระราชวังต้องห้ามแค่ไม่กี่กิโลเมตร กลางวันที่นี่คือย่านริมน้ำเงียบๆ มีบ้านสี่เหอย่วนเก่ากับต้นหลิว พอกลางคืนฝั่งใต้กับฝั่งตะวันออกก็แปลงร่างเป็นถนนบาร์และดนตรีสดที่คึกคักที่สุดย่านหนึ่งของปักกิ่ง
และรอบๆ ทะเลสาบทั้งหมดคือ หูท่ง (胡同) — ตรอกอิฐเทาแคบๆ ของปักกิ่งเก่า ที่สองข้างเรียงรายด้วย บ้านสี่เหอย่วน (四合院) หรือบ้านลานกลางสี่ด้านแบบจีนโบราณ ย่านสือชาไห่กับหอกลองคือบริเวณที่ยังมีเครือข่ายหูท่งหนาแน่นและมีกลิ่นอายเก่าที่สุดในเมือง สิ่งที่ทำให้ที่นี่ต่างจากที่เที่ยวอื่นในปักกิ่งคือ เดินเล่นริมน้ำและในตรอกได้ฟรี ไม่มีคิวซื้อตั๋ว ไม่มีเวลาปิด — และที่นี่คือที่ที่คนปักกิ่งใช้ชีวิตจริงๆ ไม่ใช่แค่ฉากสำหรับถ่ายรูป
ทั้งหมดเดินถึงกันได้ รอบๆ ทะเลสาบและตรอกหูท่ง
หอกลองและหอระฆังตั้งตระหง่านอยู่ปลายเหนือของย่าน เดินขึ้นบันไดชันๆ ของหอกลองไปแล้วจะได้วิวมุมสูงมองลงไปเห็น "ทะเลหลังคาเทา" ของหูท่งทอดยาวสุดสายตา — เป็นหนึ่งในไม่กี่จุดที่ยังเห็นปักกิ่งเก่าจากด้านบนได้ มีค่าตั๋วขึ้นชมเล็กน้อย ตรวจเวลาและราคาก่อนไป
คฤหาสน์ขุนนางที่ใหญ่และได้รับการอนุรักษ์ไว้สมบูรณ์ที่สุดในปักกิ่ง เคยเป็นบ้านของเหอเซิน ขุนนางสมัยราชวงศ์ชิง มีทั้งเรือนพักและสวนจีนงดงามหลายลาน ค่าเข้า ~¥20 (~฿100) เปิดราว 08.30–17.00 น. (รอบเข้าสุดท้ายราวบ่ายสี่กว่า) อยู่ฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของโฮ่วไห่ ตรวจราคาตั๋วล่าสุดก่อนไป
หูท่งบูรณะที่ดังที่สุดของปักกิ่ง เต็มไปด้วยร้านขายของและของกินเดินไปกินไป เหมาะลองชิมบรรยากาศครั้งแรก แต่บอกตรงๆ ว่าคนแน่นมากและกลายเป็นเชิงพาณิชย์ไปแล้ว เสน่ห์จริงๆ ซ่อนอยู่ในตรอกเล็กๆ ที่แยกออกไปสองข้าง ลองเลี้ยวเข้าไปสักตรอก คุณจะเจอปักกิ่งที่เงียบและจริงกว่า
ตรอกเก่าสายเฉียงสั้นๆ ใกล้หอกลอง ชื่อแปลว่า "ตรอกซองยาเส้น" จากร้านขายกล้องยาสูบในอดีต วันนี้เป็นตรอกร้านเล็กๆ ขายของที่ระลึก ชา และของกิน เดินทะลุจากหอกลองลงมาทางทะเลสาบโฮ่วไห่ได้พอดี เป็นทางเดินสั้นๆ ที่ได้กลิ่นอายเก่าโดยไม่ต้องเบียดเท่าหนานหลัวกู่เซี่ยง
พอพระอาทิตย์ตก ฝั่งใต้และตะวันออกของทะเลสาบจะกลายเป็นแถวบาร์ที่มีดนตรีสดเล่นแทบทุกร้าน บางร้านมีระเบียงยื่นออกไปริมน้ำ บรรยากาศคึกคักแต่ก็มีมุมเงียบให้นั่งจิบเครื่องดื่มมองไฟสะท้อนน้ำได้ ราคาเครื่องดื่มแล้วแต่ร้าน เช็กเมนูและราคาก่อนสั่ง โดยเฉพาะร้านที่มีดนตรีสดอาจมีชาร์จขั้นต่ำ
วิธีที่ดีที่สุดในการสัมผัสหูท่งคือเดินช้าๆ หรือปั่นจักรยาน เลี้ยวเข้าตรอกเล็กๆ ตามใจ ดูประตูบ้านสี่เหอย่วน ขั้นบันไดหิน และต้นไม้ที่โผล่พ้นกำแพง ตรอกพวกนี้คดเคี้ยวและเชื่อมกันเป็นเขาวงกต หลงนิดหน่อยก็ไม่เป็นไร เพราะนั่นคือส่วนสนุกที่สุด เช่าจักรยานในย่านหรือใช้จักรยานสาธารณะแบบสแกนปลดล็อกก็สะดวก
ถ้าจะเริ่มต้นง่ายๆ เดินจากหอกลองผ่านเหยียนไต้เสียเจียลงมาริมโฮ่วไห่ แล้วเดินวนรอบทะเลสาบ ระหว่างทางจะผ่านทั้งบ้านเก่า ร้านกาแฟเล็กๆ และจุดถ่ายรูปริมน้ำเป็นระยะ
ช่วงอากาศอุ่น (ราวฤดูใบไม้ผลิถึงต้นฤดูใบไม้ร่วง) เช่าเรือพายหรือเรือถีบเล่นบนทะเลสาบโฮ่วไห่ได้ มองย่านจากกลางน้ำเป็นมุมที่ต่างออกไป ยิ่งช่วงเย็นที่ไฟริมน้ำเริ่มติดยิ่งสวย ส่วนหน้าหนาวลึกๆ เมื่อทะเลสาบกลายเป็นน้ำแข็ง คนปักกิ่งจะลงไปเล่นสเก็ตและนั่งเก้าอี้เลื่อนน้ำแข็งกันเป็นภาพประจำฤดู — เป็นประสบการณ์ที่หาดูได้เฉพาะหน้าหนาวเท่านั้น
ราคาค่าเช่าเรือและค่าเล่นน้ำแข็งแล้วแต่ช่วงและผู้ให้บริการ สอบถามและตกลงราคาก่อนเริ่มทุกครั้ง
ภาพที่ดีที่สุดของย่านนี้มักอยู่ในตรอกแคบๆ ที่มีแสงเฉียงตอนบ่ายแก่ตกลงบนกำแพงอิฐเทา และที่ริมทะเลสาบช่วง พลบค่ำราว 18.00–19.00 น. ที่ฟ้ายังมีสีครามแต่ไฟร้านบาร์เริ่มติด สะท้อนเป็นเส้นสีบนผิวน้ำนิ่ง ถ้าโชคดีเจอวันลมสงบ ผิวน้ำจะเรียบเหมือนกระจกและได้ภาพสะท้อนเต็มๆ
อีกมุมที่คนชอบคือยืนบนสะพานหินเล็กๆ ที่คั่นระหว่างเฉียนไห่กับโฮ่วไห่ มองไปทางหอกลองตอนไฟติด ได้ทั้งน้ำ สะพาน และเงาหอเก่าในเฟรมเดียว
วิธีที่สะดวกที่สุดคือรถไฟใต้ดิน ซึ่งมีหลายสถานีล้อมย่านนี้อยู่ เลือกตามว่าอยากเริ่มเดินจากมุมไหน
เสน่ห์ของย่านนี้คือการได้พักในบ้านลานจีนเก่ากลางตรอก ตื่นมาก็อยู่ในปักกิ่งเก่าตั้งแต่ก้าวแรก