เมืองต้นไม้ที่เพี้ยนจากความเป็นธรรมดาตั้งแต่แรกเห็น — สุสานดาเตะมาซามุเนะที่ประดับสีทองแดงจนดูเกินจริง อ่าวที่นักกวีโบราณยอมว่า "สวยที่สุดในญี่ปุ่น" และถนนกลางเมืองที่กลายเป็นเทพนิยายแสงไฟทุกเดือนธันวาคม
บอกตรงๆ ว่าเซนไดเป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวต่างชาติยังข้ามหัวไปเยอะมาก — ส่วนใหญ่นั่งชินคันเซ็นผ่านเพื่อมุ่งหน้าต่อไปโทฮาคุหรือฮอกไกโด แต่คนที่หยุดลงที่เซนไดก็มักบอกว่า "ดีใจที่แวะ" เพราะเมืองนี้มีของจริงซ่อนอยู่ทุกที่
ดาเตะมาซามุเนะ ไดเมียวผู้ทรงอำนาจในยุคเซ็งโงกุที่ปกครองภูมิภาคนี้ ทิ้งมรดกทางสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมไว้อย่างเข้มข้น — จากสุสานที่โอ้อวดเหมือนพระราชวัง ไปจนถึงศาลเจ้าที่กลายเป็นสมบัติแห่งชาติ ส่วนธรรมชาติรอบนอกก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนกว่า อ่าวมัตสึชิมะที่มีเกาะกว่า 260 แห่งกระจายอยู่ในทะเล คือภาพที่นักกวีเอโดะเขียนถึงมาตลอดหลายร้อยปี เราเลือก 10 สถานที่ ที่บอกเรื่องราวของเซนไดได้ครบที่สุด
เรียงตามประสบการณ์ที่คนที่เคยไปยังบอกต่อกัน — ไม่ใช่แค่จุดถ่ายรูป
1
ลองนึกภาพ: คุณเดินขึ้นบันไดหินผ่านป่าสนสูงชัน แล้วสุสานสีทองแดงแดงลึกประดับลวดลายแกะสลักทุกนิ้วก็ปรากฏตรงหน้า — นั่นคือซุยโฮเดน ที่ฝังศพดาเตะมาซามุเนะ ผู้ครองแคว้น Sendai ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น สถาปัตยกรรมสไตล์โมโมยามะที่ตัวอาคารเดิมถูกเผาในสงครามโลกครั้งที่สอง แต่บูรณะขึ้นใหม่อย่างสมบูรณ์แบบในปี 1979 อาคารใช้ลายปิดทองและสีแดงเข้มในแบบเดียวกับที่ Nikko Toshogu เพียงแต่เงียบสงบกว่ามาก ที่นี่ไม่เคยทำให้ใครผิดหวัง
2
เคยเจอไหม — ศาลเจ้าที่สีดำเข้มจนดูขรึมขลังกว่าจะได้ใกล้ก็รู้สึกว่ากำลังเข้าสู่ยุคอื่น โอซากิฮาจิมันกูสร้างในปี 1607 โดยดาเตะมาซามุเนะ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกแห่งชาติ (National Treasure) ของญี่ปุ่น อาคารหลักใช้สถาปัตยกรรม Gongen-zukuri ที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังหลงเหลืออยู่ในรูปแบบนี้ — พื้นผิวดำลึกจากแลคเกอร์ แต่ขื่อและวงกบปิดทองและระบายสีสด ความขัดแย้งนั้นทำให้ดูน่าพิศวง เดินขึ้นบันไดลอดผ่านซุ้มประตู Tori สีแดงก่อนแล้วค่อยมองขึ้น
3
มีสามสถานที่ในญี่ปุ่นที่คนญี่ปุ่นเรียกว่า "Nihon Sankei" — สามทิวทัศน์งามที่สุดของประเทศ ได้แก่ Amanohashidate ที่เกียวโต Miyajima ที่ฮิโรชิมา และ มัตสึชิมะ ที่นี่ อ่าวขนาดย่อมที่มีเกาะหินปกคลุมสนกว่า 260 แห่งกระจายอยู่ในทะเล บางเกาะใหญ่มีวัดโบราณ บางเกาะเล็กแค่ต้นสนสองสามต้นโผล่เหนือน้ำ คุณสามารถนั่งเรือสำราญชมอ่าวนาน 50 นาที ราคา ¥1,500 (~฿380) หรือเดินชมฟรีจากชายหาดที่เปิดโล่ง แล้วต่อด้วยการแวะวัดซุยกันจิที่อยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว
4
เดินออกจากท่าเรือมัตสึชิมะสัก 5 นาที ก็จะเจอทางเข้าวัดซุยกันจิที่ต้นสนสูงใหญ่ขึ้นสองข้างแบบที่ถ่ายรูปออกมาดีเสมอ วัดนี้ก่อตั้งมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 9 และได้รับการบูรณะใหม่ใหญ่โดยดาเตะมาซามุเนะในปี 1609 อาคารหลักขึ้นทะเบียนเป็นมรดกแห่งชาติ ด้านข้างมีถ้ำหินที่นักบวชสลักพระพุทธรูปและโคมไฟหินไว้ตลอดผนัง น่าแปลกที่บรรยากาศที่นี่เงียบสงบกว่าวัดหลักๆ ในเกียวโตมาก ทั้งที่ตั้งอยู่ติดกับอ่าวที่มีนักท่องเที่ยวเต็ม
5
ปราสาทอาโอบะไม่ได้เหลือตัวปราสาทจริงๆ แล้ว — แต่ก็เป็นจุดที่หลายคนบอกว่าวิวดีที่สุดในเซนได ขึ้นไปบนเนินที่ตั้งอยู่เหนือเมือง แล้วเห็นรูปปั้นดาเตะมาซามุเนะบนหลังม้าตั้งตระหง่านหันหน้าสู่เมืองที่เขาสร้างขึ้น ด้านล่างคือเซนไดทั้งเมืองแผ่กว้างจนสุดสายตา วันที่อากาศดีมองเห็นภูเขา Zao ที่ยอดยังมีหิมะปกคลุมได้ด้วย พิพิธภัณฑ์ Aoba Castle ข้างๆ ให้ชมประวัติปราสาทฟรี และมีร้านขายของที่ระลึกดีๆ เยอะ
6
เหตุผลที่เซนไดได้ฉายา "City of Trees" ก็เพราะถนนโจเซ็นจิสายนี้เอง — ต้นเคยากิ (Keyaki / Zelkova) สูงใหญ่ปลูกเป็น 4 แถวขนานตลอดระยะ 700 เมตร เดินใต้ร่มเงาอุโมงค์ต้นไม้ที่เปลี่ยนสีไปตามฤดูกาล สีเขียวสดในฤดูร้อน สีแดงส้มในฤดูใบไม้ร่วง และในเดือนธันวาคมถนนสายนี้จะกลายเป็น SENDAI Pageant of Starlight — ไฟ LED 600,000 ดวงประดับต้นไม้ทุกต้น ทำให้อุโมงค์เคยากิสว่างสุกสกาวราวนิทาน เป็นช่วงเวลาที่คนเซนไดเองยังพาครอบครัวมาเดินทุกปี
7
ถ้าคุณมีโอกาสเลือกช่วงเวลาที่จะมาเซนได — สิงหาคม 6–8 คือคำตอบที่ไม่ต้องคิดนาน เทศกาลทานาบาตะเซนไดเป็นหนึ่งใน 3 เทศกาลใหญ่ที่สุดของ Tohoku ร่วมกับ Aomori Nebuta และ Akita Kanto ไฮไลต์คือ fukinagashi — กระดาษพู่สีสันสดใสขนาดยักษ์ยาวกว่า 5–8 เมตร ห้อยแขวนเต็มอาเขตช้อปปิ้ง ร้านค้าบนถนน Ichibancho และ Chuo-dori ทั้งหมด ตกแต่งแข่งกันว่าใครสวยที่สุด กลิ่นอาหารลอยมาจากแผงทั้งสองข้างทาง ผู้คนเดินชนกันในชุดยูกาตะสีสด วันที่ 5 สิงหาคมยังมีดอกไม้ไฟใหญ่ที่แม่น้ำ Hirose ด้วย
บอกตรงๆ ว่าถ้าคุณชอบสวนญี่ปุ่นแบบเงียบๆ ที่ไม่ต้องแย่งที่ถ่ายรูปกับคนร้อยคน — วัดรินโนจิคือที่ที่คุณหา วัดนิกายพุทธตระกูลดาเตะตั้งอยู่บนเนินเขาชานเมือง ล้อมด้วยสวนญี่ปุ่นที่ดูแลอย่างประณีต บ่อน้ำสะท้อนแสง ต้นเมเปิลเรียงริมทาง สะพานไม้คร่อมน้ำ ฤดูใบไม้ร่วง (ปลายต.ค.–ต้นพ.ย.) สวนนี้กลายเป็นโปสการ์ดสีแดงและส้มที่คนเซนไดเองก็ยังมา แต่ไม่เคยหนาแน่นจนสูญเสียความสงบไป
9
เคยเจอไหม — ออนเซ็นที่เดินทางสะดวกจนไม่รู้สึกว่าออกนอกเมือง แต่พอถึงก็รู้สึกว่าอยู่อีกโลกหนึ่ง อาคิอุออนเซ็นอยู่ห่างจากสถานีเซนไดแค่ 30 นาทีโดยรถบัส แต่ที่นี่มีหุบเขา มีน้ำตกอาคิอุโอตากิที่สูง 55 เมตรตกลงสู่หน้าผาหิน มีโรงแรมญี่ปุ่น (ryokan) แบบดั้งเดิมที่คุณสามารถเช่าห้องพักแบบ day-use และแช่ออนเซ็นกลางหุบเขาในช่วงบ่าย แล้วนั่งรถบัสกลับสถานีตอนเย็น ไม่ต้องค้างคืนก็สนุกได้ครบ
10
สองที่นี้คู่กันไปได้ดีเพราะต่างก็เป็นสิ่งที่เซนไดภูมิใจและบอกต่อกันมานานที่สุด SENDAI Pageant of Starlight จัดขึ้นบนถนนโจเซ็นจิทุกเดือนธันวาคม ไฟ LED กว่า 600,000 ดวงประดับต้นเคยากิทุกต้นตลอด 700 เมตร บรรยากาศจริงๆ สวยกว่าในรูปมาก — ยืนอยู่ใต้อุโมงค์ต้นไม้ที่สว่างทั้งหมดทำให้รู้สึกว่าเวลาหยุดนิ่ง ส่วน ศาลาโกไดโด (五大堂) ที่มัตสึชิมะ เป็นศาลาไม้โบราณที่ยื่นออกไปในอ่าว สร้างโดยดาเตะมาซามุเนะในปี 1604 ถ่ายรูปจากสะพานทอดเชื่อมชายหาดได้มุมสวยมาก
เซนไดไม่ใหญ่ — 2 วันก็ครบไฮไลต์หลักแล้ว ถ้ามี 3 วันเพิ่มมัตสึชิมาได้เต็มๆ
ซื้อตั๋วรายวัน Loop Bus ¥630 แล้วนั่งต่อสามจุดแรกโดยไม่ต้องเดินเยอะ เช้านั่งรถไปซุยโฮเดน (30 นาที จาก West Exit) จบแล้วต่อโอซากิฮาจิมันกู (Loop Bus) บ่ายขึ้นปราสาทอาโอบะชมวิว เย็นลงมาเดินถนนโจเซ็นจิและ Sendai Mediatheque อาหารค่ำที่ Kokubuncho หรืออาเขต Ichibancho
นั่ง JR Senseki Line จาก Sendai Station ออก 08.30 น. ถึงมัตสึชิมะ 09.15 น. เข้าวัดซุยกันจิก่อนนักท่องเที่ยวหลักมา จบแล้วเดินไปศาลาโกไดโดริมอ่าว ขึ้นเรือสำราญชมอ่าวรอบ 50 นาที แวะกินหอยนางรมย่างริมท่าเรือก่อนนั่งรถกลับ ถ้ามีเวลาแวะ Ojima Island (เกาะเดินสะพานไปได้) ด้วย
อาคิอุออนเซ็นเหมาะถ้าต้องการพักผ่อน นั่งรถบัสไป 30 นาที เดินน้ำตก แช่ออนเซ็น day-use กลับเย็น ส่วน Zao Fox Village นั้นอยู่ในจังหวัดยามากาตะ ห่างออกไปราว 1.5 ชั่วโมงโดยรถโดยสาร มีสุนัขจิ้งจอกกว่า 100 ตัวที่คุณเดินเข้าไปเล่นด้วยได้ในพื้นที่จริง — เหมาะสำหรับครอบครัวหรือคนที่ชอบสัตว์
เซนไดอยู่กลาง Tohoku พอดี — ถ้าวางแผนเที่ยว Tohoku หลายเมือง เซนไดเป็นฐานที่ดีมาก Hiraizumi (UNESCO · ชินคันเซ็น 20 นาที) Yamadera วัดบนหน้าผา (1 ชั่วโมงโดยรถไฟ) Naruko Gorge ทิวทัศน์ใบไม้แดง (1.5 ชั่วโมง) และ Aomori ด้วยชินคันเซ็น 1.5 ชั่วโมงจากเซนได
แต่ละช่วงปีให้ประสบการณ์คนละแบบ — ฤดูหนาวมีไฟ ฤดูร้อนมีเทศกาล ฤดูใบไม้ร่วงมีสีแดงส้ม
ต้นเคยากิทุกต้นตลอด 700 เมตรประดับไฟ LED ขาวและทอง ยามค่ำคืนถนนเงียบแต่สว่างราวนิทาน ชมฟรีทุกคืน — เป็นช่วงที่คนเซนไดพาครอบครัวออกมาเดินกันมากที่สุดในรอบปี
เทศกาลดาวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น กระดาษพู่หลากสีห้อยเต็มทุกซุ้มอาเขต วันที่ 5 มีดอกไม้ไฟที่แม่น้ำ Hirose — ถ้ามาช่วงนี้ต้องจองที่พักล่วงหน้ามากเป็นพิเศษ