หน้าแรก คานาซาวะ ญี่ปุ่น อิชิกาวะ เกี่ยวกับเรา
หน้าแรก  ›  เอเชีย  ›  ญี่ปุ่น  ›  คานาซาวะ  ›  คู่มือกินคานาซาวะ
🇯🇵 คู่มือกินคานาซาวะ · 2026

คานาซาวะกินอะไร
6 จานที่เมืองโกลด์ทำได้ดีที่สุด

จากข้าวหน้าซาชิมิสดๆ ที่ตลาดโอมิโช 300 ปี ถึงจิบุนิเป็ดตุ๋นสูตรดั้งเดิมยุคเอโดะ โนโดกุโระปลาลำคอดำที่ร้านซูชิในโตเกียวต้องสั่งซื้อจากเมืองนี้ และไอศกรีมซอฟต์เซิร์ฟปิดทองคำเปลวจริงที่คนเที่ยวทุกคนต้องถ่ายรูปเก็บ

ทำไมต้องกินที่นี่

ครัวของคานาซาวะไม่เหมือนเมืองอื่นในญี่ปุ่น

เคยได้ยินว่าคานาซาวะเป็น "เกียวโตฝั่งตะวันตก" มาก่อนไหม? คนญี่ปุ่นพูดเรื่องนี้มานานเพราะเมืองนี้รอดพ้นการทิ้งระเบิดในสงครามโลก ทำให้ย่านเกอิชาและบ้านซามูไรยังคงสภาพเดิม แต่ความที่คนไม่ค่อยพูดถึงกันคือ คานาซาวะมีวัฒนธรรมการกินที่เจ้าตัวภูมิใจที่สุดเมืองหนึ่งในญี่ปุ่น — เพราะ ตลาดโอมิโช (近江町市場) ที่เปิดมากว่า 300 ปีนำซีฟู้ดสดจากทะเลญี่ปุ่นเข้ามาในเมืองทุกเช้า ทำให้ร้านซูชิในคานาซาวะได้วัตถุดิบดีกว่าร้านในโตเกียวที่ต้องขนของจากที่นี่ไปอีกทอด

เพิ่มเข้ากับ จิบุนิ (治部煮) อาหารประจำเมืองที่นักประวัติศาสตร์อาหารระบุว่าเริ่มทำในยุคสมัยของขุนนางมาเอดะ ซึ่งเป็นผู้อุปถัมภ์ศิลปะและหัตถกรรมของเมืองนี้ มาถึงตอนนี้คานาซาวะยังเป็นเมืองที่ผลิตทองคำเปลวมากที่สุดในญี่ปุ่น — มากถึง 99% ของทั้งประเทศ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมไอศกรีมปิดทองคำแท้ถึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของที่นี่ เราเลือก 6 จานและประสบการณ์กิน ที่บอกเล่าคานาซาวะได้ดีที่สุด

เมนูเด่น

6 จานที่ต้องลอง ก่อนออกจากคานาซาวะ

เรียงตามความเป็นเอกลักษณ์ — จานที่หาที่ไหนก็ไม่เหมือนจานที่นี่

ไคเซ็นดง ข้าวหน้าซาชิมิในชามดำ สลับชิ้นปลาแดงโทโร แซลมอน และปลาขาวเนื้อนุ่ม โรยวาซาบิและผักใบไม้เล็ก 1
ไคเซ็นดง (Kaisen-don)
海鮮丼 · ข้าวหน้าซาชิมิสดจากตลาดโอมิโช

บอกเลยว่าชามไคเซ็นดงที่คานาซาวะต่างจากที่อื่นจริงๆ เพราะปลาที่ใส่ลงมาขึ้นฝั่งจากทะเลญี่ปุ่นเมื่อเช้า ไม่ใช่ของแช่แข็งหรือขนมาจากโตเกียว ตลาดโอมิโชมีร้านข้าวหน้าซาชิมิมากกว่าสิบร้านรายล้อมอยู่รอบตลาด แต่ละชามใส่โนโดกุโระ (ปลาลำคอดำ) กุ้งหวานอะมาเอบิ ปูหิมะซูไวกาณิ ปลาโบตาน และไข่หอยเม่นยูนิตามฤดูกาล ราคา ¥2,000–4,000 คุ้มถ้าเทียบกับร้านซูชิ เคล็ดลับที่คนในท้องถิ่นบอกกัน: ไปเปิดตลาดตอน 09.30–10.00 น. ก่อนกลุ่มทัวร์มา คิวยาวขึ้นเรื่อยๆ หลัง 11.30 น.

ที่กิน: ร้านในตลาดโอมิโช (近江町市場) · Itaru Honten (井ざゝ本店 · ย่านอิมาฮาคุ · นักกินท้องถิ่นชอบ) · Musashi Sushi ใกล้สถานี
ราคา: ¥2,000–4,000 / ชาม (ขึ้นกับหน้าพรีเมียม)
เวลา: ตลาดโอมิโชเปิด 09.00–17.00 น. · ร้านอาหารในตลาดเริ่ม 11.00 น.
จิบุนิ อาหารตุ๋นแบบดั้งเดิมของคานาซาวะ เนื้อเป็ดและผักในน้ำซุปสีน้ำตาลทองในชามแล็กเกอร์ดำ 2
จิบุนิ (Jibuni)
治部煮 · เป็ดตุ๋นซอสดาชิซีอิ๊ว สูตรอายุ 400 ปี

ลองนึกภาพนี้: สมัยยุคเอโดะ ขุนนางมาเอดะที่ครองเมืองนี้เป็นอุปถัมภ์ศิลปะและอาหารชั้นสูง — จิบุนิคือมรดกที่เหลืออยู่ เนื้อเป็ดชุบแป้งแล้วตุ๋นในน้ำซุปดาชิผสมมิริน ซีอิ๊ว และสาเก วัตถุดิบที่ขาดไม่ได้คือ คุรุมะฝุ (小麦gluten กลมสีเหลือง) ที่ดูดซุปจนอัดแน่นอร่อย เซริ (ผักญี่ปุ่นคล้ายผักชีฝรั่ง) เห็ดหอมและแครอท ซุปข้นหนืดนิดหน่อยจากแป้งที่ชุบเนื้อ กินกับข้าวขาวหอมนึ่งเป็นอาหารเย็นที่อบอุ่นที่สุดในคืนฤดูหนาว ถ้าได้ลองแล้วจะเข้าใจว่าทำไมคนคานาซาวะถึงภูมิใจกับอาหารชามนี้มากขนาดนี้

ที่กิน: Otomaro (乙女楼 · ย่าน Katamachi) · Takezushi (竹寿し · ชุดกลางวัน) · ร้านอาหารวาโชกุในย่าน Higashi Chaya หลายแห่ง
ราคา: ¥1,500–3,500 / ชุด (เป็นเมนู set กลางวัน) · Kaiseki เต็มมื้อเริ่ม ¥8,000+
เคล็ดลับ: ชุดกลางวัน (ทีโชกุ) ราคาดีกว่ามื้อเย็น รสชาติเดิมทุกประการ
🐟3
โนโดกุโระ (Nodoguro)
ノドグロ / 赤むつ · ปลาลำคอดำ — ของฝากพิเศษจากทะเลญี่ปุ่น

โนโดกุโระแปลตรงตัวว่า "ลำคอดำ" ตามสีในปากปลา แต่ชื่อที่ฝรั่งรู้จักคือ Blackthroat Seaperch หรือ Rosy Seabass เนื้อมีไขมันสูงมากสำหรับปลาน้ำเค็ม รสชาติหวานมันจนคนญี่ปุ่นเรียกว่า "ทูน่าท้องของปลาขาว" ร้านซูชิโอมากาเสะระดับสูงในโตเกียวและโอซากะต้องสั่งโนโดกุโระจากคานาซาวะ เพราะจับได้ใกล้ที่สุดจากทะเลญี่ปุ่นหน้าชายฝั่งอิชิกาวะ วิธีกินที่แนะนำสุดคือ ชิโอยากิ (ย่างเกลือ) — ผิวปลาพองกรอบ เนื้อชุ่มมัน ไม่ต้องปรุงอะไรเพิ่ม โนโดกุโระมีให้กินทั้งปี แต่อร่อยที่สุดช่วงฤดูใบไม้ร่วง-ฤดูหนาว (ตุลาคม–มีนาคม)

ที่กิน: Itaru Honten (ย่านอิมาฮาคุ · ซาชิมิและนิงิริ · นักกินท้องถิ่นแน่น) · Omicho Market (ราคาดีกว่า) · ร้านซูชิโอมากาเสะย่านสถานี
ราคา: นิงิริ 1 ชิ้น ¥500–800 · ย่างทั้งตัวร้านนั่งกิน ¥2,000–4,000 · ซาชิมิ set ¥1,500–3,000
ฤดูกาล: มีทั้งปี — ดีสุดช่วง ต.ค.–มี.ค. (ฤดูหนาว ไขมันสูงสุด)
🍢4
คานาซาวะโอเดน (Kanazawa Oden)
金沢おでん · โอเดนน้ำซุปดาชิใส รสเบากว่าโตเกียว

เอาจริงๆ โอเดนมีทุกที่ในญี่ปุ่น แต่คานาซาวะโอเดนต่างตรงที่น้ำซุปใสกว่า เบากว่า และมีวัตถุดิบที่หาไม่ได้ที่อื่น — กานิเมน (Kani-men) ก้อนกลูเตนแป้งทรงกลมหน้าตาคล้ายปู ดูดซุปดาชิจนนุ่มชุ่ม เป็นสัญลักษณ์ที่ต้องสั่งในชาม คุรุมะฝุ ขนมแป้งอบทรงกลมเหลือง และอาหารทะเลสดจากทะเลญี่ปุ่นสด เช่น หอยนางรม หอยแมลงภู่ และปลาสดหลายชนิด น้ำซุปทำจากคัตสึโอบูชิและสาหร่ายคอนบุ มีกลิ่นหอมอ่อนๆ รสเค็มนิดเดียว กินได้หลายชิ้นโดยไม่รู้สึกหนัก โอเดนร้านที่ดีมักมีนั่งที่เคาน์เตอร์แคบๆ บรรยากาศอบอุ่น เหมาะมากสำหรับคืนฤดูหนาวหลังเดินย่าน Higashi Chaya

ที่กิน: Tamatei (玉家 · ย่าน Katamachi · เปิดดึก) · Shintaro (新太郎 · ใกล้ Musashi Intersection) · ร้านโอเดนตามถนนใน Katamachi หลายแห่ง
ราคา: ¥150–400 / ชิ้น · ชามรวม 5-6 ชิ้น + น้ำซุป ¥1,000–2,000
ฤดูกาล: ดีสุดฤดูหนาว (ธ.ค.–มี.ค.) แต่ร้านส่วนใหญ่เปิดทั้งปี
🍛5
คานาซาวะแกงกะหรี่ (Kanazawa Curry)
金沢カレー · แกงสีดำเข้มข้น ราดข้าวกองในจานเหล็ก

ถ้านึกว่าแกงกะหรี่ญี่ปุ่นคือสีน้ำตาลอ่อนหวานๆ แบบที่กินอยู่ทั่วไป — คานาซาวะจะพิสูจน์ให้เห็นว่าคิดผิด แกงกะหรี่คานาซาวะมีลายเซ็นชัดเจน: สีดำเข้มกว่าปกติเพราะใส่คาราเมล น้ำตาล และเครื่องเทศเพิ่มจนซอสข้นเกือบเหมือนครีม เสิร์ฟในจานเหล็กสเตนเลสทรงเตี้ย บนข้าวขาวกองที่ไม่ผสมซอส กินโดยเอาซ้อมส้อม (ไม่ใช่ช้อน) ตักผสมกันเอง ท็อปปิงมาตรฐานคือ เทนกัตสึ (หมูชุบแป้งทอด) หรือเทนคัตสึกุ (ไก่ทอด) ร้านต้นตำรับที่คนคานาซาวะภูมิใจมากที่สุดคือ Go Go Curry (ゴーゴーカレー) ซึ่งเริ่มต้นจากคานาซาวะก่อนขยายสาขาไปทั่วญี่ปุ่น

ที่กิน: Go Go Curry (ゴーゴーカレー · หลายสาขาในเมือง · ต้นตำรับคานาซาวะ) · Champion Curry (チャンピオンカレー · คู่แข่งดั้งเดิม) · Gold Curry ใกล้สถานี
ราคา: ¥700–1,200 / ชาม (ขึ้นกับขนาดและท็อปปิง)
เคล็ดลับ: กินทันทีหลังเสิร์ฟขณะร้อน — ซอสจะข้นขึ้นเรื่อยๆ ถ้าทิ้งให้เย็น
ไอศกรีมซอฟต์เซิร์ฟปิดทองคำเปลวแท้ในโคนวาฟเฟิล วางบนขาตั้งโลหะเงิน ข้างๆ มีเครื่องดื่มปิดทองในแก้วพลาสติก — ของหวานลายเซ็นคานาซาวะ 6
ไอศกรีมทองคำ (Gold Leaf Soft Cream)
金箔ソフトクリーม · ทองคำแท้ 24K บนไอศกรีมชามเดียว

คานาซาวะผลิตทองคำเปลวมากถึง 99% ของทั้งประเทศญี่ปุ่น — ทองที่ใช้ตกแต่งวัดทองคำในเกียวโต เพดานวัง และอาภรณ์ญี่ปุ่นส่วนใหญ่ล้วนมาจากช่างฝีมือที่นี่ เมื่อทองคำเปลวบางได้ถึงระดับนั้น ก็นำมาปิดบนไอศกรีมซอฟต์เซิร์ฟได้ด้วย ทองคำ 24K กินได้โดยไม่เป็นอันตราย ร่างกายไม่ดูดซึม แต่กลิ่นหอมอ่อนๆ ของโคนวาฟเฟิลและไอศกรีมวานิลลาเข้มข้นขณะเดินย่าน Higashi Chaya คือความสุขที่คุ้มกับราคา ¥800–1,200 มากๆ บอกตรงๆ ว่ารูปที่ได้มาสวยกว่าที่คิดไว้ และกินอร่อยกว่าที่คาด

ที่กิน: Hakuichi (箔一 · หลายสาขา ที่ Higashi Chaya ดีที่สุด) · Kanazawa Hakuza ในย่านสถานี · ร้านของหวานรอบ Omicho Market
ราคา: ¥800–1,200 / โคน (ไอศกรีม) · ¥500–800 / แผ่นช็อกโกแลตทองคำ
เคล็ดลับ: กินรอบ Higashi Chaya — บรรยากาศย่านเกอิชาให้รูปสวยที่สุด
กินอะไรดีในหนึ่งวัน

ลำดับมื้อ ฉบับคานาซาวะ

กินให้ครบทุกเมนูในวันเดียว — เดินได้ทั้งวันไม่ต้องนั่งแท็กซี่

09.00
เช้า — ตลาดโอมิโช ไคเซ็นดงชามแรก ไปตลาดเปิด เดินสำรวจแผงปลาสดก่อน 30 นาที ดูว่าปลาอะไรขึ้นมาวันนี้ แล้วเลือกร้านไคเซ็นดงที่มีโนโดกุโระหรือยูนิในเมนู ราคา ¥2,000–4,000 อิ่มแน่นจนถึงบ่าย
11.00
เดิน Higashi Chaya — แวะโนโดกุโระชิ้นเดียว เดินจากโอมิโชถึง Higashi Chaya ประมาณ 15 นาที ระหว่างทางแวะร้านซูชินั่งเคาน์เตอร์สั่งโนโดกุโระนิงิริ 1–2 ชิ้น ¥500–1,200 ลิ้มรสปลาที่คนญี่ปุ่นส่งมาจากที่นี่ไปทั่วประเทศ
12.30
ไอศกรีมทองคำที่ Higashi Chaya ร้าน Hakuichi สาขา Higashi Chaya เปิดให้ซื้อ take-away ไอศกรีมซอฟต์เซิร์ฟปิดทองคำ ¥1,000 ถ่ายรูปกับฉากหลังบ้านไม้ยุคเมจิ ทองค่อยๆ สะท้อนแสงขณะกัดคำแรก
15.00
บ่าย — Kenroku-en แล้วแวะร้านโอเดน หลังเดินสวน Kenroku-en (ฟรีช่วงฤดูหนาว) หาร้านโอเดนในย่าน Katamachi สั่ง กานิเมน + คุรุมะฝุ + หอยนางรม ¥1,000–1,500 อบอุ่นสบายหลังเดิน
19.00
มื้อเย็น — จิบุนิที่ร้านวาโชกุ ร้านอาหารญี่ปุ่นดั้งเดิมในย่าน Katamachi หรือ Higashi Chaya เสิร์ฟจิบุนิชุด ¥2,000–3,500 นั่งที่เคาน์เตอร์ไม้ มีเหล้าซาเกท้องถิ่นจากโรงสุราอิชิกาวะให้เลือก จบวันด้วยอาหารที่อธิบายว่าคานาซาวะเป็นเมืองวัฒนธรรมการกินได้ครบในชาม
ย่านกินดื่ม

3 ย่านที่นักกินต้องรู้จัก

คานาซาวะเดินได้เกือบทุกที่ — วางแผนตามย่านดีกว่าตามร้าน

1
ตลาดโอมิโช (近江町市場)
ครัวของชาวคานาซาวะ · 300 ปี · เดิน 10 นาทีจากสถานี

ตลาดเปิดที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง มีร้านค้ากว่า 180 ร้านขายซีฟู้ดสด ผัก เนื้อสัตว์ และของกิน ชั้นบนมีร้านอาหารนั่งกินหลายแห่ง ไคเซ็นดงสดที่ดีที่สุดในเมืองอยู่ที่นี่ ในตอนเช้าจะเห็นชาวบ้านคานาซาวะมาซื้อของประจำวัน ไม่ใช่แค่นักท่องเที่ยว นั่นคือสัญญาณว่าของที่นี่สดจริง

เปิด: ส่วนใหญ่ 09.00–17.00 น. · เดินทาง: เดิน 10 นาทีจาก Kanazawa Station ตะวันออก
2
ย่าน Higashi Chaya (東茶屋街)
ย่านเกอิชา · ร้านกาแฟ ขนมทอง และร้านซาเก

ย่านที่สวยที่สุดในเมือง ถนนหินแคบๆ รายล้อมด้วยบ้านไม้ยุคเมจิ ใน Higashi Chaya มีร้านไอศกรีมทองคำ Hakuichi ร้านชาเขียวมัทฉะ ร้านขาย Kanazawa wagashi (ขนมญี่ปุ่นดั้งเดิม) และร้านอาหารเย็นดีๆ ที่เสิร์ฟจิบุนิ กินดื่มที่นี่แล้วเดินชมย่านในช่วงโคมไฟเริ่มสว่าง ¥0 เพิ่มสำหรับบรรยากาศ

เดินทาง: รถบัส 12 นาทีจากสถานี หรือเดินผ่านตลาดโอมิโช ~20 นาที
3
ย่าน Katamachi (片町)
ย่านกินดื่มกลางคืน · โอเดน อิซากายะ และแกงกะหรี่

ถ้า Higashi Chaya คือหน้าวัฒนธรรม Katamachi คือหน้าของแท้ — ย่านกินดื่มที่คนคานาซาวะใช้จริง ร้านโอเดนเก่าแก่ตั้งเรียงในซอยแคบ ร้านอิซากายะเสิร์ฟอาหารทะเลทะเลญี่ปุ่นสด และร้านแกงกะหรี่คานาซาวะหลายแห่งรวมถึง Go Go Curry ตั้งอยู่ในย่านนี้ เดินเล่นช่วง 18.00–22.00 น. ดีที่สุด

เดินทาง: รถบัส 15 นาทีจากสถานี หรือเดินจาก Kenroku-en ~12 นาที
คำถามที่พบบ่อย

FAQ · เรื่องที่คนมักถามก่อนออกเดินกิน

ตลาดโอมิโช (Omicho Market) เปิดกี่โมงและควรไปช่วงไหน?
ตลาดโอมิโชส่วนใหญ่เปิด 09.00–17.00 น. ร้านอาหารกลางวันเริ่มเสิร์ฟตั้งแต่ 11.00 น. ช่วงที่ดีที่สุดคือตอนเช้า 09.00–10.30 น. ก่อนที่กลุ่มทัวร์จะทยอยมา และ 11.00–12.00 น. สำหรับไคเซ็นดงที่สดที่สุด แนะนำไปวันธรรมดา เสาร์–อาทิตย์แน่นมาก บางร้านปิดวันพุธ ตลาดอยู่ห่างจากสถานีคานาซาวะประมาณ 10 นาทีเดินเท้า
จิบุนิ (Jibuni) กินที่ไหนในคานาซาวะ และราคาเท่าไร?
จิบุนิหาได้ในร้านอาหารญี่ปุ่นดั้งเดิม (วาโชกุ) ทั่วคานาซาวะ ร้านที่นักกินท้องถิ่นแนะนำ ได้แก่ Otomaro (乙女楼) ในย่าน Katamachi และร้านอาหารในย่าน Higashi Chaya หลายแห่ง ราคาจิบุนิชุดพร้อมข้าวและซุปมิโซะอยู่ที่ ¥1,500–3,500 ต่อคน ถ้าต้องการลองในอาหารเย็นแบบ kaiseki ราคาจะเริ่มต้น ¥8,000 ขึ้นไป ชุดกลางวันคุ้มที่สุด
โนโดกุโระ (Nodoguro) คืออะไรและทำไมถึงแพงกว่าปลาชนิดอื่น?
โนโดกุโระ (Blackthroat Seaperch) เป็นปลาน้ำลึกจากทะเลญี่ปุ่นนอกชายฝั่งคานาซาวะ เนื้อมีไขมันสูงกว่าปลาทะเลทั่วไปมาก รสชาติหวานมันละลายในปาก คล้ายกับ "ทูน่าท้องของปลาขาว" ปริมาณที่จับได้น้อยและขนส่งยากทำให้ราคาสูง ซาชิมิโนโดกุโระ 1 ชิ้นที่ซูชิคาเอนเตอร์ ¥500–800 ต่อชิ้น ปลาย่างทั้งตัวร้านนั่งกิน ¥2,000–4,000 ถ้าต้องการลองในราคาประหยัดให้ซื้อชิ้นเดียวที่ตลาดโอมิโช
คานาซาวะโอเดนต่างจากโอเดนโตเกียวอย่างไร?
คานาซาวะโอเดนใช้น้ำซุปดาชิที่ทำจากคัตสึโอบูชิและสาหร่ายคอนบุ ให้รสอ่อนใส ไม่เข้มข้นและไม่มีสีน้ำตาลเข้มเหมือนโตเกียว วัตถุดิบที่พิเศษของคานาซาวะ ได้แก่ กานิเมน ก้อนกลูเตนแป้งรูปทรงปูที่ดูดซุปจนนุ่มชุ่ม และ คุรุมะฝุ ขนมแป้งอบทรงกลมสีเหลือง รวมถึงซีฟู้ดสดจากทะเลญี่ปุ่น ฤดูกาลที่ดีที่สุดคือฤดูหนาว (ธ.ค.–มี.ค.) แต่ร้านโอเดนในเมืองเปิดทั้งปี
ทองคำในไอศกรีมกินได้จริงหรือ และซื้อได้ที่ไหน?
ทองคำที่ใช้ตกแต่งไอศกรีมในคานาซาวะเป็นทองคำเปลว 24K ซึ่งกินได้โดยไม่เป็นอันตราย ร่างกายไม่ดูดซึมและไม่เปลี่ยนรส ร้านที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ Hakuichi (箔一) ที่ Higashi Chaya, Omicho Market และหน้าสถานีคานาซาวะ ราคาไอศกรีมทองคำ ¥800–1,200 ต่อโคน Hakuichi ยังมีช็อกโกแลต วาฟเฟิล และน้ำชาเขียวที่ปิดทองด้วย ซื้อที่ Higashi Chaya ได้ภาพสวยที่สุด