เซนบงโทริอิ — ประตูสีแดงชาดเรียงต่อกันเป็นอุโมงค์ไม่รู้จบ พาคุณขึ้นภูเขาอินาริทีละก้าว เข้าฟรีตลอด 24 ชั่วโมง นั่ง JR จากสถานีเกียวโตแค่ 5 นาทีถึงหน้าทางเข้า
เคยเห็นรูปอุโมงค์ประตูสีแดงเป็นพันต้นเรียงต่อกันไม่รู้จบไหม — ภาพไอคอนิกที่ขึ้นปกหนังสือเที่ยวญี่ปุ่นแทบทุกเล่ม นั่นคือ เซนบงโทริอิ ที่ฟูชิมิอินาริ ลองนึกภาพ: คุณก้าวเข้าไปในอุโมงค์ที่เสาแดงชาดสองแถวเรียงชิดกัน แสงแดดลอดผ่านช่องตัวอักษรญี่ปุ่นสีดำบนเสา ทางเดินค่อยๆ ไต่สูงขึ้นเรื่อยๆ ทุกก้าวมีโทริอิต้นใหม่รออยู่ข้างหน้า
นั่นคือ ฟูชิมิอินาริไทฉะ — ศาลเจ้าชินโตหลักของเทพอินาริทั่วทั้งญี่ปุ่น (มีศาลเจ้าสาขากว่าสามหมื่นแห่ง) ตั้งอยู่เชิงภูเขาอินาริในเขตฟูชิมิทางใต้ของเกียวโต สิ่งที่ทำให้ที่นี่ไม่เหมือนใครคือประตู โทริอิสีแดงชาดราว 10,000 ต้น ที่เรียงเป็นอุโมงค์ไต่ขึ้นภูเขาสูง 233 เมตร แต่ละต้นมาจากบริษัทและบุคคลที่บริจาคเพื่อขอพรเรื่องการค้าและความสำเร็จ ตัวอักษรบนเสาคือชื่อผู้บริจาคกับวันที่
และข้อดีที่สุดสำหรับนักเดินทาง: เข้าฟรีตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีคิวซื้อตั๋ว ไม่มีเวลาปิด เดินขึ้นได้ทุกเวลาตั้งแต่ตีห้าจนเที่ยงคืน บวกกับนั่งรถไฟ JR จากสถานีเกียวโตแค่ 5 นาทีถึงหน้าประตู — ที่เที่ยวระดับต้องไปของเกียวโตที่ไปง่ายและไม่เสียเงินสักบาท
เดินจากประตูโรเมงตรงทางเข้า ไต่ขึ้นภูเขาทีละช่วง — แต่ละจุดมีความหมายซ่อนอยู่
ประตูสีแดงขนาดใหญ่ที่ต้อนรับคุณตั้งแต่ก้าวออกจากสถานี เล่ากันว่าขุนพลโทโยโทมิ ฮิเดโยชิ บริจาคสร้างเพื่อขอพรให้แม่หายป่วย ถัดเข้าไปคือศาลหลัก (Honden) ที่ผู้คนมาไหว้ขอพรเรื่องการค้าและการเก็บเกี่ยว มองหารูปปั้นจิ้งจอกคู่ที่เฝ้าทางเข้า แต่ละตัวคาบของต่างกัน
"พันประตูโทริอิ" — ช่วงที่โทริอิเรียงหนาแน่นที่สุด แยกเป็นสองแถวคู่ขนานให้เดินขึ้นและลง อุโมงค์แดงทอดยาวจนแสงลอดผ่านเป็นริ้ว นี่คือจุดที่ภาพไอคอนิกทุกใบถูกถ่าย ถ้าอยากได้เฟรมโล่งไม่มีคน ต้องมาเช้าตรู่จริงๆ เพราะสายๆ คนจะต่อแถวถ่ายรูปกันยาว
เดินพ้นอุโมงค์เซนบงโทริอิจะถึงลานศาลโอคุชะ จุดที่คนส่วนใหญ่แวะซื้อแผ่นไม้เอมะรูปหน้าจิ้งจอกมาวาดหน้าตาเอง ด้านหลังมีหิน "โอโมคารุอิชิ" สองก้อน ตั้งจิตอธิษฐานแล้วยกหิน ถ้ารู้สึกเบากว่าที่คิดแปลว่าคำขอจะสมหวัง ถ้าหนักกว่าก็ต้องพยายามอีก
เดินจากทางเข้าขึ้นมาราว 30–45 นาทีจะถึงสี่แยกโยตสึสึจิ ลานเปิดโล่งที่มองเห็นวิวเมืองเกียวโตทอดยาว เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เลือกหยุดและเดินกลับลง มีร้านน้ำและที่นั่งพัก ถ้ามาช่วงเย็นวิวพระอาทิตย์ตกที่นี่สวยมาก ใครมีแรงค่อยเดินวนต่อขึ้นยอด
จากโยตสึสึจิเดินวนต่ออีกราวชั่วโมงจะถึงยอดเขาที่ศาลอิจิโนะมิเนะ ระหว่างทางมีศาลเล็กๆ และอุโมงค์โทริอิเป็นช่วงๆ คนน้อยลงมาก บรรยากาศเงียบสงบแบบที่ช่วงล่างไม่มี เส้นทางขึ้น-ลงครบรอบใช้เวลารวมราว 2–3 ชั่วโมง สวมรองเท้าเดินสบายและเตรียมน้ำไปด้วย
คำถามที่ทุกคนถามคือ "ต้องเดินขึ้นถึงยอดไหม" คำตอบคือไม่จำเป็นเลย คนส่วนใหญ่เดินแค่ช่วง เซนบงโทริอิ 30–45 นาทีแรก ก็เห็นอุโมงค์ประตูแดงหนาแน่นที่สุดและได้ภาพที่ต้องการครบแล้ว ถ้าอยากเดินต่อ จุดหยุดยอดนิยมคือ สี่แยกโยตสึสึจิ ราวครึ่งทางที่มีวิวเมือง ส่วนคนที่อยากพิชิตยอดเต็มเส้นต้องเผื่อเวลา 2–3 ชั่วโมง เดินขึ้น-ลง
เส้นทางเป็นบันไดและทางลาดขึ้นเรื่อยๆ ไม่ชันมากแต่ก็เหนื่อยพอควรช่วงบน ใส่รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าเดินสบาย เลี่ยงรองเท้าส้นสูง และพกน้ำติดตัว ยิ่งขึ้นสูงร้านค้ายิ่งน้อยลง
นี่คือหัวใจของการเที่ยวฟูชิมิอินาริให้คุ้ม เพราะช่วง 09.00–16.00 น. คนแน่นมาก โดยเฉพาะหน้าเซนบงโทริอิที่ต่อแถวถ่ายรูปกันยาว ถ้าอยากได้ภาพอุโมงค์แดงโล่งๆ ไม่มีคนในเฟรม มีสองช่วงทอง: เช้าตรู่ก่อน 07.00 น. แสงนุ่มและเงียบสงบ หรือ ช่วงค่ำหลังพระอาทิตย์ตก ที่โคมไฟตามทางจะสว่างขึ้นให้บรรยากาศขลังแบบลึกลับที่กลางวันไม่มี
เพราะศาลเจ้าเปิดตลอด 24 ชั่วโมง คุณจึงเดินขึ้นได้ทุกเวลา ถ้าพักในเกียวโตและตื่นเช้าไหว ลองตั้งนาฬิกาปลุกแล้วไปถึงตอนฟ้าเพิ่งสว่าง — รับรองว่าคุ้มกับการเสียเวลานอน
ทั่วศาลเจ้าคุณจะเห็น รูปปั้นจิ้งจอก (คิตสึเนะ) เต็มไปหมด เพราะจิ้งจอกคือทูตของเทพอินาริ เทพแห่งข้าว ความอุดมสมบูรณ์ และการค้าขาย สังเกตของที่จิ้งจอกคาบในปาก — บ้างคาบกุญแจยุ้งข้าว บ้างคาบม้วนคัมภีร์หรือรวงข้าว ล้วนมีความหมายต่างกัน
ส่วนประตู โทริอิสีแดงชาด นับพันต้นนั้น ทุกต้นมาจากการบริจาค ตัวอักษรสีดำบนเสาคือชื่อบริษัทหรือบุคคลผู้บริจาคพร้อมวันที่ ราคาบริจาคต่อหนึ่งประตูเริ่มราว ¥400,000 (~฿92,000) ไปจนถึงกว่า ¥1 ล้าน สำหรับประตูขนาดใหญ่ ถ้าอยากซื้อของฝาก แผ่นไม้เอมะรูปหน้าจิ้งจอกที่ศาลโอคุชะให้คุณวาดหน้าตาเองได้ เป็นของที่ระลึกน่ารักและหาที่อื่นไม่ได้
ฟูชิมิอินาริเป็นที่เที่ยวที่ไปง่ายที่สุดแห่งหนึ่งของเกียวโต เพราะรถไฟพาไปถึงหน้าประตูได้โดยตรง
พักย่านสถานีเกียวโตจะนั่ง JR ไปฟูชิมิอินาริสะดวกสุด — หาที่พักทำเลดีในงบที่ใช่ได้ที่นี่